dot
dot
bulletรู้จักภูเก็ต
bulletแวะร้านคุณแม่จู้
หอการค้าจังหวัดภูเก็ต
อบจ.ภูเก็ต
DinoPark Mini Golf Phuket
ห้างสรรพสินค้าจังซีลอน ภูเก็ต
ภูเก็ตไข่มุก Phuket Pearl
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
โรงพยาบาลสิริโรจน์
โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
บ้านศิลาชล ระยอง
Touch Star Resort
โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต
โรงแรมเครือกะตะกรุ๊ป
โรงแรมรอยัลพาราไดส์แอนด์สปา
Marina Phuket  Resort
โรงแรม Orchidacea Resort
โรงแรมกะตะธานี
พรทิพย์ ประสบการณ์ใหม่ของความอร่อย


ดุลยภาพแห่งการสมยอม

ดุลยภาพแห่งการสมยอม

ตบมือข้างเดียว ไม่ดัง

                                                          ดร. ปรีชาวุฒิ  กี่สิ้น ผู้บริหารบริษัทในเครือ พิโซน่า กรุ๊ป จำกัด
 
ตามที่มีข่าวออกสื่อหลายสำนัก เรื่อง ผู้ประกอบการสถานบันเทิงป่าตอง  ต้องจ่าย ส่วย ให้กับข้าราชการในพื้นที่รวมกันเดือนละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพราะมีช่องโหว่กฎหมายที่กำหนดเวลาปิดสถานประกอบการ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

เกี่่ยวกับเรื่องนี้ ดร.ปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ผู้บริหารบริษัทในเครือพิโซน่ากรุ๊ป ได้แสดงความเห็นว่า มันคือ ดุลยภาพแห่งการสมยอม เป็นเรื่องความสมดุลแห่งอำนาจหรือทฤษฎีความสมดุลอำนาจทางการเมือง หรือ ดุลยภาพแห่งเศรษฐกิจ ดุลยภาพแห่งการสมยอมทางกฎหมายและอำนาจ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสถานบันเทิง เป็นธุรกิจที่มีเรื่องเกี่ยวกับส่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง 

อาจจะกล่าวได้ว่า  ส่วย เป็นการกดขี่ เป็นเหมือนการจ่ายภาษี แต่เป็นการรับอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งส่วยแบบนั้นมันไม่ค่อยมีแล้ว ปัจจุบันนี้มันเป็นระบบมากขึ้น  การทุจริต คอรัปชั่น การรับส่วยในปัจจุบันมันเป็นอย่างไร ในความเป็นจริง ส่วย ในปัจจุบัน มันน่าจะถูกเรียกว่า “ดุลยภาพแห่งการสมยอม”

เพราะทุกวันนี้ การรับการจ่ายเงิน เป็นเรื่องของการสมยอมกันมากกว่า มันจึงไม่น่าจะเรียกว่า “ส่วย” เพราะมันมีคนได้ประโยชน์ ทั้ง 2 ฝ่าย เมืองไทยมีระบบอุปถัมภ์ มีความใจดี มีความอะลุ้มอล่วยของเจ้าหน้าที่ และมีภาวะกดดันทางด้านเศรษฐกิจ แสะสังคม  ในผลประโยชน์ที่เจ้าหน้าที่รัฐทำ ไม่ใช่ทุกเรื่องที่พวกเขาจะรับ เช่น เรื่อง ยาเสพติด คนที่ไปติดคุก ส่วนใหญ่เรื่องยาเสพติด แปลว่า เรื่องยาเสพติด เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่เอาจริงไม่ยอมรับผลประโยชน์  แต่เรื่องที่มีการรับส่วย หรือ เรื่องดุลยภาพแห่งการสมยอม เป็นเรื่องการรับผลประโยชน์กันทางธุรกิจ
 

การที่คนพากันพูดถึงเรื่อง ส่วย แล้วพากันโทษแต่เจ้าหน้าที่รัฐ ผมว่ามันยังไม่ยุติธรรม เพราะจริง ๆ คนที่ได้รับประโยชน์ยังเป็นผู้ประกอบการด้วย ไม่ใช่แต่เจ้าหน้าที่รัฐ จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่ทั้งหมด ก็แค่ส่วนหนึ่งที่มีการตกลงรับประโยชน์ดุลยภาพแห่งการสมยอม อาจจะสัก 50% หรือ 80% หรือ แค่ 20% การที่เจ้าหน้าที่ยอมทำแบบนี้เพราะเขาใจดี เพื่อให้เกิดดุลยภาพ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ในสังคม  ดูๆ แล้วมันอาจจะไม่เป็นธรรมในทางกฎหมาย แต่มันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดเพราะ ฝั่งหนึ่งจากการที่เรามีวัฒนธรรมที่เป็นระบบอุปถัมภ์ อีกฝั่งหนึ่งเป็นความไม่เคารพกฎหมาย และหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมาย 

กรณีสถานบันเทิง ใครได้ประโยชน์สูงสุด ถ้ามองโดยรวมจะไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการ ถ้าเราดูที่สถานบันเทิง บางลา ป่าตอง หมายถึงเรากำลังพูดถึง “เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของชาติ” จำนวนคนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดคือ “แรงงาน” ไปจน ถึง “ผู้ประกอบการรายย่อยคนไทย” ส่วนภาครัฐ ก็ได้ภาษีเพิ่ม ในเรื่องเศรษฐกิจมันจะต้องพูดถึง พื้นที่ และ เวลา  แต่ตามหลักของกฎหมาย ทั้งพื้นที่ ทั้งเวลา ไม่ได้เอื้อเลย ผมเลยอยากให้ภาครัฐพิจารณา แก้กฎหมายให้ทันสมัย ไปตามบริบท เพราะเราจะเปิดตัวให้เป็นเมืองท่องเที่ยว

น่าจะเปิดสถานบันเทิงให้นานกว่านี้ ทำให้เวลามันตรงกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เขามาเมืองไทย เพราะเวลาบ้านเขากับเวลาเมืองไทยมันสลับเวลากัน เพื่อให้เอื้อต่อเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ การทำธุรกิจสถานบันเทิงจริง ๆ ไม่ได้มีผลกระทบต่อสังคม ผมเคยทำงานวิจัย จากการสัมภาษณ์ ถ้าปิดตี 4 มันจะไม่กระทบใครบ้าง และมันจะดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร ผลการวิจัยก็ออกมาว่า มันไม่กระทบสังคม ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น กฎหมายก็น่าจะออกมาแก้ให้ตรงกับบริบทบ้านเมือง เพื่อสังคมของเราจะได้มีเศรษฐกิจดี มีการจ้างงานที่ดี คนมีงานทำ ได้มีการพัฒนา มีการลงทุนเพิ่ม ความมั่นใจทางด้านเศรษฐกิจก็จะกลับมา ปัญหาสังคม ก็จะน้อยลง เพราะคนมีกินมีใช้ มีงานทำ เมื่อคนมีงานทำ ก็มีความหวัง มีความหวังก็อยากจะพัฒนาตัวเอง และอาจจะไปเรียนต่อให้มากขึ้น เมื่อเศรษฐกิจดีก็จะทำให้สังคมดีไปด้วย อาจจะไม่ทั้งหมด อยู่ที่คุณธรรมด้วย แต่เศรษฐกิจก็เป็นปัจจัยหนึ่ง

“ดุลยภาพแห่งการสมยอม” ผมใช้คำนี้ เพราะ ไม่อยาก ใช้คำว่า “ส่วย” เพราะ บ้านเมืองเรา ระบบที่เอื้ออุปถัมภ์กันยังมีอยู่เหมือนเดิม ใน 10 ปี ที่ผมทำงานด้านสถานบันเทิงในป่าตอง ผมว่า มันเป็นเรื่องของการสมยอม มากกว่า การรีดไถ หรือ ส่วย เพราะในสภาพความเป็นจริง การเปิดสถานบันเทิงทั้งเมือง เปิดเกินเวลา ปิด ตี 4 กันทุกร้าน เป็นการทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะไปจับ ก็จับไม่หมด จะเลือกจับก็เลือกปฏิบัติ ถ้าผู้ประกอบการโดนรีดไถ โดนบังคับจ่ายส่วยจริง ก็มีช่องทางที่จะร้องเรียนมีตั้งมากมายที่จะทำ แต่ก็ไม่มีใครทำอะไร เพราะ พวกเขายินดีจ่าย หรือ ยอมจ่าย  ยิ่งระยะหลัง ๆ น่าจะยอมรับกันได้ว่า มีการไปเสนอให้ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่มาเก็บ

อาจจะมีข่าวออกมาทางสื่อต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ว่ามีตัวแทนเก็บส่วย ก็เป็นธรรมดา เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ต้องระมัดระวังตัว นอกจากนี้ ยังมีข่าวเรื่องของการประมูลอีกด้วย แบบนั้นยิ่งเลวร้ายใหญ่ คนปฏิบัติที่ไปเจรจากับตำรวจส่วนใหญ่ก็มักจะไปอ้างว่ามีคนสนับสนุนมีแบ็คอัพดี ตอนหลัง ๆ ดุลยภาพ ก็ไม่สมดุล ก็เริ่มมีชุดเฉพาะกิจลงมา ทุกฝ่ายก็ระวังตัว เมื่อไม่สมดุล ผลประโยชน์ไม่เอื้อกัน มันก็จะเกิดการต่อต้าน ยิ่งมีออกสื่อด้วย เรื่องเล็กก็มักจะเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องไม่ดีก็จะถูกแฉ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ละบุคคล ที่มีความขัดแย้งไม่พอใจกัน น้อยใจกัน ทำให้ดุลยภาพ มันเสียไป
 
แต่เดิม อยู่ด้วยดุลยภาพ  ภาคประชาชน หรือ ผู้ประกอบการเอง ก็อยากจะจ่ายภาษีให้ถูกต้อง ไม่ใช่ จ่ายแบบ จ่ายส่วย ใคร ๆ ก็อยากอยู่ภายใต้กฎหมาย ผู้ประกอบการสามารถจ่ายภาษีเพิ่มและทำให้ถูกต้องได้ หากภาครัฐแก้กฎหมายให้ตรงกับบริบทสังคมในปัจจุบัน เพราะผู้ประกอบการก็เคารพกฎหมายและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐอยู่แล้ว ทุกวันนี้ มีช่องว่างทางกฎหมาย เพราะสถานการณ์อาจจะเอื้ออำนวย เช่น  เจ้าหน้าที่เงินเดือนก็น้อย มีคนไปเสนอเงินให้ บางคนมีตำแหน่งก็ต้องหาเงินไปซื้อตำแหน่งมา เพราะระบบอุปถัมภ์ มันยังมี

หัวใจคือ ต้องแก้กฎหมาย เมืองป่าตองเป็นเมืองท่องเที่ยว ต้องแก้กฎหมายให้สมกับที่เป็นเมืองท่องเที่ยว กฎหมายที่ไม่เหมาะสม ไม่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว ก็ควรยกเลิกไป บางลา ป่าตอง น่าจะได้รับการยกระดับให้เป็น ”เขตพิเศษ” ที่สามารถเปิดให้บริการสถานบันเทิง ได้ถึง ตี 4 เป็นเขตปกครองพิเศษ เหมือน ฮ่องกง ป่าตองเป็นเมืองต้นแบบ พิเศษภายใต้กฎหมายที่สนับสนุนด้านการท่องเที่ยว อาจจะวางกรอบของภาษีให้สูงขึ้น  โลกนี้เปลี่ยน แปลงไปรวดเร็ว ต้องออกกฎหมายที่มีความยืดหยุ่นรวดเร็ว รองรับการเปลี่ยนแปลง บูรณาการให้เหมาะสม เมืองดี เศรษฐกิจดี สังคมก็จะดีไปด้วย 
 
รวบรวมโดย นันทิกร ไทยเจริญ



ป่าตองเข้มแข็ง

ทัวร์จีนลดกระทบท่องเที่ยวภูเก็ต
ป่าตองเมืองท่องเที่ยวสะอาดปลอดภัย
เป็นคนป่าตองไหม? คนป่าตองควรให้อะไรแก่สังคมบ้าง?
สร้างภูเก็ตให้เป็นสังคมน่าอยู่ด้วย CSR
4ปี คสช ท่องเที่ยวภูเก็ต สงบ แต่ ซบเซา
เขาถามกันว่าทำไมผมไม่เล่นการเมือง
ยกป่าตองให้เป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ
เหลียวหลัง แลหน้า เศรษฐกิจป่าตอง
คุ้มไหม อุโมงค์ป่าตอง ?
ปัญหาไลฟ์การ์ดภูเก็ต
สมรภูมิป่าตอง
ปราบปัญหายาเสพติดแก้ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล