dot
dot
bulletรู้จักภูเก็ต
bulletแวะร้านคุณแม่จู้
หอการค้าจังหวัดภูเก็ต
อบจ.ภูเก็ต
DinoPark Mini Golf Phuket
ภูเก็ตแฟนตาซี
ห้างสรรพสินค้าจังซีลอน ภูเก็ต
ภูเก็ตไข่มุก Phuket Pearl
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
โรงพยาบาลสิริโรจน์
โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
บ้านศิลาชล ระยอง
Touch Star Resort
โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต
โรงแรมเครือกะตะกรุ๊ป
โรงแรมรอยัลพาราไดส์แอนด์สปา
โรงแรมป่าตองเบย์การ์เด้นรีสอร์ท
Marina Phuket  Resort
โรงแรม Orchidacea Resort
โรงแรมกะตะธานี
เกาะรังใหญ่
พรทิพย์ ประสบการณ์ใหม่ของความอร่อย


เสวนาสถาบันพระปกเกล้า

 

สถาบันพระปกเกล้าเปิดเวทีเสวนาจัด “เสวนาสาน ใจประชา สู่การปฏิรูปประเทศไทย ” แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงทัศนะ และข้อเสนอแนะสู่แนวทางการปฏิรูปประเทศอย่างมีส่วนร่วม

               เมื่อวันที่  11 ธ.ค. 57 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สถาบันพระปกเกล้าจัดงาน “เสวนาสาน ใจประชา สู่การปฏิรูปประเทศไทย ” เพื่อเป็นการเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงทัศนะ และข้อเสนอแนะสู่แนวทางการปฏิรูปประเทศอย่างมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน พร้อมนำเสนอผลการศึกษาวิชาการโดยนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า


              
โดยพล.อ. เอกชัย ศรีวิลาส ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การปฏิรูปในครั้งนี้จะมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งตนยืนยันว่า การปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่สูญเปล่า ไม่ใช่การปฏิรูปที่เสียของตามที่มีความกังวล และเชื่อว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะสามารถทำได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้อย่างแน่นอน ทั้งนี้การปฏิรูปประเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกคน ดังนั้นคนไทยคนหนึ่งก็ควรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปครั้งนี้


           
    นพ. ประเวศ วะสี ประธานหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดการเสวนา เรื่อง สานเสวนา สานใจประชา สู่การปฏิรูปประเทศไทย  และแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ พลังสังคม ขับเคลื่อนประเทศ ” กล่าวว่า เรื่องความปรองดองต้องเริ่มทำสิ่งสูงสุดที่ทุกคนจะไม่ทะเลาะกัน นั้นก็คือความสันติสุขของสังคม เพราะหากเริ่มคุยเรื่องอื่น ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ก็จะเถียงกัน และทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น  สังคมไทยได้พยายามดิ้นรนที่จะแสวงหาสังคมสันติสุข ซึ่งปัจจัยในการสร้างสังคมไทยสันติสุข อาทิ การคืนอำนาจให้ประชาชนสามารถจัดการตนเองได้ตามวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ทั้งรูปแบบชุมชนจัดการตนเองและจังหวัดจัดการตนเอง  การสร้างอาชีพเต็มพื้นที่ โดยต้องให้ประชาชนทุกคนมีอาชีพ แต่ที่ผ่านมาเราพัฒนาระบบเศรษฐกิจ แบบทำลายเศรษฐกิจชุมชน  การศึกษา ต้องสอนวิธีคิด การปฏิบัติ ไม่ใช่การท่องจำเหมือนที่ผ่านมา และปฏิรูปการศึกษาให้เชื่อมโยงกับเรื่องอื่น ๆ อย่างเป็นระบบก็จะสามารถสร้างสังคมสันติสุขได้ สร้างสัมพันธภาพเชิงอำนาจ โดยต้องทำให้ทุกคนมีความเสมอภาพกัน ปฏิรูประบบราชการให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและกระจายอำนาจการเมืองการปกครองไม่ให้เป็นการรวมแบบรวมศูนย์ เพราะจะเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรง  และสร้างความเป็นธรรม ยุติธรรมในสังคม นอกจากนั้นต้องมีวิธีการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เพราะทุกสังคม ทุกประเทศล้วนมีปัญหาจึงต้องเน้นแก้ปัญหาแบบสันติวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง


              
นพ.ประเวศ กล่าวอีกว่า ขณะนี้การปฏิรูปถูกผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติโดยตน เห็นว่า การปฏิรูปจะดูแค่การปฏิรูปการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ เพราะการจะสร้างให้สังคมเกิดสันติสุขได้นั้นต้องอาศัยการปฏิรูปในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งนี้แม้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แม้จะมีอายุเพียง 1 ปี แต่การปฏิรูปประเทศไทยมีอายุยาวนาน 10 – 20 ปี ดังนั้นต้องอาศัยเครือข่ายพลเมือง เครือข่ายประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เรื่องการผลักดันปฏิรูป เพราะหากประชาชนมีความตื่นตัวกับการปฏิรูปก็จะทำให้การปฏิรูปสำเร็จ ประเทศชาติดีขึ้นเกิดสังคมสันติสุขได้ในที่สุด